วัดหนองก๋าย

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
คำค้นยอดนิยม: งานอีเวนท์ภาษาไทยdiscuz
เข้าชม: 2504|ตอบกลับ: 0

ประวัติและปฏิปทา ภิกษุณีนันทญาณี (อดีตแม่ชีรุ้งเดือน สุวรรณ) สำนักปฏิบัติธรร [คัดลอกลิงค์นี้เพื่อนำไปแบ่งปัน]

Rank: 7Rank: 7Rank: 7

โพสต์เมื่อ 17-9-2012 16:20:54 |แสดงทั้งหมด



ประวัติและปฏิปทา
ภิกษุณีนันทญาณี
(อดีตแม่ชีรุ้งเดือน สุวรรณ)


สำนักปฏิบัติธรรมนิโรธาราม
ต.ดอยแก้ว อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่



• ประวัติส่วนตัว •

นามเดิม รุ้งเดือน นามสกุล สุวรรณ ปัจจุบันอายุ ๕๗ ปี (เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๔)
เกิดเมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๗ ณ ต.ท่าข้ามเหนือ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่
บิดาเป็นชาวจีน มารดาเป็นชาวจังหวัดลำพูน
สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษา จากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รุ่นที่ ๑
และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากภาควิชาคณิตศาสตร์
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รหัสนักศึกษา ๑๖๕๑๑๑


• ชีวิตบนเส้นทางธรรม •

ด้วยธรรมชาติของความเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ใฝ่เรียนรู้ความจริง โดยเฉพาะเรื่องของชีวิต และคำถามที่ผุดขึ้นกลางใจเมื่ออายุ ๑๔ ปี ว่า “เกิดมาทำไม” ได้เริ่มนำไปสู่การแสวงหาคำตอบอย่างจริงจังแต่เป็นไปแบบไร้ทิศทาง ในที่สุดท่านได้พบแผนที่ชีวิตจากการศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้า เรื่องอริยสัจ ๔ และปฏิจจสมุปบาท ผ่านงานเขียนของท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ แห่งสวนโมกขพลาราม (วัดธารน้ำไหล) อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี และหนังสือธรรมะของท่านอุบาสิกากี นานายน (ท่าน ก. เขาสวนหลวง) แห่งสำนักปฏิบัติธรรมเขาสวนหลวง (อุศมสถาน) อ.เมือง จ.ราชบุรี เมื่อครั้งยังเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ ๒ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประสบการณ์ครั้งนั้นเองทำให้ท่านพบว่าคำสอนของพระพุทธเจ้าตอบคำถามชีวิตตนได้ว่า “เกิดมาทำไม” จึงทำให้ท่านเกิดความศรัทธาในพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่สอนให้ผู้คนรู้จักความจริงของชีวิตและทางพ้นทุกข์ได้โดยสิ้นเชิง

นับแต่นั้นมาท่านจึงเริ่มเดินตามรอยพระพุทธเจ้า โดยเริ่มเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของตนเอง จากที่เคยแต่งตัวสวยงาม ดูหนังฟังเพลงตามประสาวัยรุ่นที่หมุนไปตามกระแสในสังคมขณะนั้น หันมาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย สู่กระแสธรรมดำเนินตามรอยพระพุทธเจ้า มุ่งสู่การพัฒนาขัดเกลาด้านจิตใจมากกว่าจะสนใจเรื่องรูปกายภายนอก

กระทั่งเมื่อขึ้นชั้นปีที่ ๓ ท่านจึงตัดสินใจพักจากการเป็นนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย ไปเป็นนักศึกษาในร่มพระธรรมเพื่อพิสูจน์ความจริงที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ในหลายสำนักฯ ทั้งปฐมอโศก จ.นครปฐม, สำนักปฏิบัติธรรมเขาสวนหลวง (อุศมสถาน) จ.ราชบุรี, สวนโมกขพลาราม (วัดธารน้ำไหล) จ.สุราษฎร์ธานี ฯลฯ รวมเป็นเวลากว่า ๑ ปี เพราะต้องการพิสูจน์ชีวิตพรหมจรรย์ด้วยการฝึกฝนอย่างจริงจัง ประสบการณ์ทางธรรมที่หนักแน่นในครั้งนั้นทำให้ท่านยิ่งมีความมั่นใจในแนวทางของพระพุทธเจ้า อันนำมาสู่ชีวิตในเส้นทางธรรมที่มั่นคงในเวลาต่อมา

หลังจากนั้นท่านได้กลับมาเรียนต่อตามคำขอของมารดาจนจบการศึกษา และออกมาทำงานอุทิศตนเพื่อรับใช้พระพุทธศาสนาอย่างเข้มแข็งเป็นเวลากว่า ๒ ปี ก่อนตัดสินใจเข้าสู่ชีวิตพรหมจรรย์อย่างแท้จริงด้วยการบวชเป็นแม่ชี ณ วัดพระพุทธบาทตากผ้า อ.ป่าซาง จ.ลำพูน โดยมี พระเดชพระคุณพระสุพรหมยานเถร (ครูบาพรหมจักร) ได้เมตตากรุณาเป็นพระอุปัชฌาย์ให้ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๓ ขณะมีอายุได้ ๒๕ ปี ด้วยคิดว่าแม้จะทำงานรับใช้พระศาสนาและดูเหมือนเป็นคนดีในสายตาของคนทั่วไป แต่ตนเองรู้อยู่ภายในว่า โลภ โกรธ หลงยังมีอยู่ จึงตัดสินใจบวช ด้วยจุดมุ่งหมายสูงสุด คือ การเข้าถึงความสิ้นทุกข์โดยสิ้นเชิง หลังจากบวชแล้วท่านได้อุทิศชีวิตและสติปัญญาเพื่อศึกษาและปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าจากพระไตรปิฎก

ครั้นต่อมา แม่ชีรุ้งเดือน สุวรรณ ได้รับสิริมงคลนามใหม่จาก พระเดชพระคุณพระธรรมมังคลาจารย์ (หลวงพ่อทอง สิริมงฺคโล) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระเทพสิทธาจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ว่า “นันทญาณี”

นันทญาณี เป็นภาษาบาลี มาจากคำว่า นนฺท + ญา + ณี

นนฺท แปลว่า ความเพลิดเพลิน, ความสนุก, ความยินดี, ความรื่นเริง
ญาณี แปลว่า ผู้หญิงที่มีความรู้ (ธรรมะ)

นันทญาณี จึงแปลว่า ผู้หญิงที่มีความรู้ธรรมะที่น่าเพลิดเพลิน (แสดงธรรมได้สนุก ฟังไม่รู้จักเบื่อ) หรือ ผู้หญิงที่มีความเพลิดเพลินยินดีในธรรมะของพระพุทธเจ้า (บวชถวายชีวิตอุทิศตนต่อศาสนา)


สำหรับวัตรปฏิบัตินั้น ท่านเลิกใช้เงินนับแต่วันบวช ฉันอาหารมังสวิรัติมื้อเดียวในบาตร ดำรงชีวิตพรหมจรรย์อย่างสันโดษและมุ่งมั่นสู่เป้าหมาย เคร่งครัดปฏิบัติตนอยู่ในหนทางการพ้นทุกข์ตามแนวทางอริยมรรคมีองค์ ๘ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา เพื่อความรู้แจ้งอริยสัจ ๔ ควบคู่ไปกับการทำประโยชน์ต่อสังคมโดยเผยแผ่คำสอนของพระพุทธเจ้าแก่ผู้สนใจอย่างชัดเจน เข้าใจง่าย ได้ผล จนเป็นที่ยอมรับจากสังคมในวงกว้าง

เนื่องจากท่านได้พยายามรักษาศีล เว้นการใช้เงินมานานกว่า ๒๐ ปี อีกทั้งคณะศิษย์แม่ชีหลายท่านก็สามารถรักษาศีลข้อนี้ได้ ท่านจึงมีความคิดที่จะบรรพชาเป็น “สามเณรี” เพื่อต้องการรูปแบบชีวิตของนักบวชสตรีที่ชัดเจนในการประพฤติปฏิบัติอยู่ในศีลสิกขาบททั้ง ๑๐ ข้อ และเพื่อการสำรวมระวังในชีวิตพรหมจรรย์ให้ยิ่งขึ้นไป เมื่อได้กราบเรียนปรึกษาพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่บางรูปแล้ว ท่านก็อนุโมทนา ดังนั้น เมื่อต้นปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ท่านแม่ชีนันทญาณี พร้อมด้วยคณะแม่ชีแห่งสำนักปฏิบัติธรรมนิโรธาราม รวมทั้งหมด ๕ รูป จึงได้ตัดสินใจเดินทางไปบรรพชาเป็นสามเณรี ณ วัดสัทธัมมการะ (Saddharmakara) อำเภอคาลูทาร่า (Kalutara) เมืองปานาทุรา (Panadura Maha Vadaya) กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา


จากภาพ : เป็นพิธีบรรพชาเป็นสามเณรี ณ วัดสัทธัมมการะ กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา ของท่านแม่ชีนันทญาณี
ต่อมาท่านได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุณี เมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ ณ ประเทศศรีลังกา อีกครั้ง



(มีต่อ ๑)

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

Archiver|www.watnonggai.com

GMT+7, 27-11-2014 15:02 , Processed in 0.073902 second(s), 9 queries .

Powered by Discuz! X2

© 2001-2011 Comsenz Inc. Thai Language by DiscuzThai.com

TOP